เกษียณแล้วจะอยู่ยังไง ? คำถามสั้น ๆ ที่หลายคนเริ่มคิดเมื่อตัวเลขอายุเริ่มแตะเลข 4 ขึ้นไป เพราะถึงแม้รายได้จากงานประจำจะหยุดลงในวันหนึ่ง แต่รายจ่ายต่าง ๆ กลับไม่เคยหยุดเดิน ทั้งค่ากินอยู่ ค่ารักษาพยาบาล หรือแม้แต่การดูแลตัวเองให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีในวัยเกษียณ ก็ยังต้องใช้เงินทั้งนั้น นั่นแหละคือเหตุผลว่าทำไมการวางแผนเกษียณถึงสำคัญกว่าที่คิด และยิ่งเริ่มเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งได้เปรียบ ไม่ต้องรอให้อายุเยอะ หรือมองว่าเป็นเรื่องของคนมีอายุเท่านั้น ซึ่งหนึ่งในวิธีที่หลายคนเลือกก็คือการใช้คือ แผนเกษียณ AIA ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยให้คุณมีเงินใช้หลังเกษียณอย่างต่อเนื่อง พร้อมความคุ้มครอง และยังลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย โดยเราจะพาคุณไปเข้าใจตั้งแต่แนวคิดของการวางแผนเกษียณให้มั่นคง วิธีเริ่มต้นแบบไม่ยุ่งยาก ควรวางแผนอย่างไร ไปจนถึงการใช้เครื่องมือการเงินอย่างประกันสะสมทรัพย์ และประกันบำนาญจาก AIA ที่ช่วยให้คุณไม่ต้องลุ้น ไม่ต้องหวังกับโชคชะตา แต่สามารถกำหนดอนาคตทางการเงินของตัวเองได้ตั้งแต่วันนี้

ทำไมการวางแผนเกษียณจึงเป็นเรื่องสำคัญของคนในยุคนี้
การวางแผนเกษียณเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะในยุคที่อายุเฉลี่ยของประชากรยืนยาวขึ้น ขณะเดียวกันค่าครองชีพและค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ การเริ่มต้นวางแผนเกษียณตั้งแต่อายุยังน้อยยังช่วยให้มีเวลาในการออมและลงทุนมากขึ้น ทำให้มีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่ดีขึ้นในระยะยาว อีกทั้งยังสามารถเลือกใช้เครื่องมือทางการเงินที่เหมาะสมเพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ กล่าวได้ว่าการวางแผนเกษียณไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของการเก็บเงินเท่านั้น แต่เป็นการออกแบบชีวิตในระยะหลังให้อยู่ได้อย่างมีคุณภาพ ไม่ต้องกังวลเรื่องรายได้ และสามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระตามที่วางเป้าหมายไว้ ซึ่งสามารถไล่เรียงความสำคัญของการวางแผนเกษียณออกเป็นข้อ ๆ ได้ดังนี้
อายุยืนขึ้นแต่รายได้สั้นลง
คนไทยในปัจจุบันมีอายุขัยเฉลี่ยเกิน 75 ปี แต่หลายคนเกษียณตอนอายุประมาณ 55-60 ปี นั่นหมายความว่าหลังเกษียณยังมีชีวิตอยู่อีกอย่างน้อย 20-30 ปี ที่ต้องมีเงินใช้ ซึ่งหากไม่ได้วางแผนไว้ก่อนล่วงหน้า ก็อาจเกิดปัญหาการเงินระยะยาวได้ทันที
ค่าใช้จ่ายหลังเกษียณมีแต่เพิ่มไม่มีลด
โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามอายุ ยิ่งอายุมาก โรคประจำตัวก็ยิ่งมีมาก การไม่มีรายได้ประจำแต่ต้องจ่ายค่ารักษาอย่างต่อเนื่อง อาจสร้างภาระหนักให้กับครอบครัวโดยไม่ตั้งใจ
โครงสร้างสังคมเปลี่ยน ลูกหลานไม่ใช่หลักประกัน
ในอดีตคนมักฝากความหวังไว้กับลูกหลานให้ดูแลยามแก่ แต่ในยุคนี้ลูกหลานเองก็มีภาระของตัวเอง และไม่ได้อยู่ใกล้ชิดพ่อแม่เหมือนเมื่อก่อน ดังนั้นการดูแลตัวเองด้วยการวางแผนทางการเงินจึงเป็นทางเลือกที่ยั่งยืนกว่า
โอกาสสร้างผลตอบแทนมี แต่ต้องเริ่มเร็ว
หากเริ่มต้นวางแผนเกษียณตั้งแต่เนิ่น ๆ เช่น ในช่วงอายุ 25-35 ปี จะมีโอกาสออมได้มากกว่าและลงทุนได้ยาวกว่า ทำให้สามารถเลือกแผนเกษียณที่ให้ผลตอบแทนสูง เช่น ประกันบำนาญ, ประกันสะสมทรัพย์, หรือการลงทุนในกองทุนรวม เพื่อเตรียมเงินก้อนสำหรับวัยเกษียณอย่างมีเป้าหมาย
สร้างอิสระทางการเงินให้ชีวิตในบั้นปลาย
สร้างอิสระทางการเงินให้ชีวิตในบั้นปลาย
การวางแผนเกษียณไม่ได้แค่เพื่ออยู่รอด แต่เพื่อให้เราใช้ชีวิตหลังเกษียณได้อย่างมีความสุข ไม่ต้องกังวลว่าจะมีเงินพอไหม หรือจะกลายเป็นภาระของใคร เป็นอิสรภาพทางใจที่เรามอบให้ตัวเองในอนาคต

ข้อดีของการวางแผนเกษียณ เริ่มต้นวางแผนได้เร็วยิ่งดี
หลายคนเข้าใจผิดว่าการวางแผนเกษียณควรเริ่มเมื่อใกล้อายุ 50 ปีขึ้นไป ทั้งที่ความจริงแล้ว ยิ่งเริ่มต้นเร็วก็ยิ่งได้เปรียบ เพราะมีเวลาในการออมและลงทุนมากขึ้น ส่งผลต่อความมั่นคงและคุณภาพชีวิตในอนาคตอย่างมหาศาล โดยมีข้อดีทั้งจากการเริ่มต้นได้เร็ว และข้อดีของการวางแผนดังนี้
ลงทุนน้อยแต่ผลตอบแทนมาก
การเริ่มวางแผนตั้งแต่อายุยังน้อย เช่น ช่วงอายุ 25-35 ปี จะช่วยให้เราสามารถสะสมเงินไปได้เรื่อย ๆ โดยไม่ต้องใช้เงินก้อนใหญ่ เพราะเวลาเป็นตัวช่วยสำคัญให้ดอกเบี้ยหรือผลตอบแทนทบต้นเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
กระจายความเสี่ยงได้ดีกว่า
เมื่อมีเวลาในการวางแผนนานพอ เราสามารถเลือกวิธีลงทุนหรือเก็บออมที่หลากหลายได้ ไม่ว่าจะเป็นประกันบำนาญ กองทุนรวม หรือการลงทุนในสินทรัพย์อื่น ๆ และยังมีโอกาสปรับแผนให้เหมาะกับสถานการณ์ชีวิตที่เปลี่ยนไปได้ตลอดเวลา
เก็บเงินได้น้อยต่อเดือน แต่สะสมได้เยอะในระยะยาว
หากเริ่มออมตั้งแต่อายุ 25 ปี เดือนละ 3,000 บาท จนถึงอายุ 60 ปี จะมีเงินเก็บมากกว่าเริ่มตอนอายุ 40 ปีแม้จะออมเดือนละ 6,000 บาท เพราะเวลายิ่งยาว เงินยิ่งโต
มีเวลาทบทวนเป้าหมายและปรับแผน
การเริ่มเร็วทำให้เรามีโอกาสลองผิดลองถูก หรือทบทวนเป้าหมายได้หลายครั้ง เช่น เปลี่ยนจากแผนออมทั่วไปเป็นแผนประกันสะสมทรัพย์ หรือขยับไปใช้แผนเกษียณ AIA ที่ให้รายได้หลังเกษียณอย่างสม่ำเสมอ
มีเงินใช้หลังเกษียณอย่างมั่นคง
เมื่อไม่มีรายได้ประจำ การมีแผนเกษียณที่ดีจะช่วยให้เรายังมีเงินใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้อย่างไม่ขาดตอน ไม่ว่าจะเป็นค่าอาหาร ค่าเดินทาง หรือกิจกรรมยามว่างต่าง ๆ ซึ่งช่วยให้ชีวิตในวัยเกษียณไม่ลำบากหรือรู้สึกขาดอะไร
ลดความเสี่ยงจากภาระค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน
โดยเฉพาะในเรื่องสุขภาพ ที่มักเป็นภาระใหญ่ในช่วงวัยหลังเกษียณ หากมีการวางแผนไว้ล่วงหน้า ไม่ว่าจะผ่านการออม การลงทุน หรือการทำประกันสุขภาพ จะช่วยลดความกังวลเมื่อต้องเจอกับค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิด
ไม่เป็นภาระให้กับลูกหลาน
การวางแผนที่ดีจะช่วยให้เราดูแลตัวเองได้ในทุกสถานการณ์ ลดภาระทางการเงินที่อาจตกอยู่กับคนในครอบครัว ทำให้ลูกหลานสามารถใช้ชีวิตของตัวเองได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายของผู้สูงอายุในบ้าน
วางแผนภาษีได้อย่างชาญฉลาด
แผนเกษียณหลายรูปแบบ เช่น ประกันบำนาญ กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) หรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) สามารถนำมาลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ ช่วยให้ประหยัดภาษีในปัจจุบัน พร้อมกับเตรียมเงินไว้ใช้ในอนาคตไปพร้อมกัน
ใช้ชีวิตหลังเกษียณได้อย่างมีอิสระ
เมื่อมีความมั่นคงทางการเงิน ก็ไม่ต้องกังวลกับค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน สามารถใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการ เช่น การท่องเที่ยว ทำกิจกรรมจิตอาสา หรือใช้เวลากับครอบครัว โดยไม่ต้องพะวงเรื่องเงิน
มีเป้าหมายการเงินที่ชัดเจน
การวางแผนเกษียณช่วยให้เรารู้ว่าควรเก็บเงินเท่าไร ต้องลงทุนอย่างไร และจะเริ่มต้นเมื่อใด ซึ่งช่วยให้การวางแผนชีวิตมีทิศทางชัดเจน ไม่ใช่แค่เก็บเงินไปวัน ๆ โดยไม่รู้ว่าพอหรือไม่
5 ขั้นตอนการวางแผนเกษียณให้บรรลุเป้าหมาย
การวางแผนเกษียณไม่ใช่แค่การเก็บเงินอย่างเดียว แต่คือกระบวนการวางเป้าหมายชีวิตระยะยาวที่ต้องมีการวิเคราะห์ วางกลยุทธ์ และลงมือทำอย่างมีวินัย ซึ่งมีขั้นตอนการวางแผนแบบง่าย ๆ ดังนี้

กำหนดเป้าหมายชีวิตหลังเกษียณ
ตั้งคำถามกับตัวเองว่าอยากใช้ชีวิตแบบไหน ต้องการเงินใช้เดือนละเท่าไหร่ มีค่าใช้จ่ายพิเศษอะไรบ้าง เช่น ท่องเที่ยว ดูแลสุขภาพ หรือดูแลครอบครัว เพื่อใช้เป็นตัวตั้งในการคำนวณเงินที่ต้องเตรียมไว้
ประเมินสถานะทางการเงินในปัจจุบัน
สำรวจรายได้ รายจ่าย หนี้สิน และเงินออมที่มีอยู่ว่าคุณมีความสามารถในการออมต่อเดือนเท่าไหร่ และยังเหลือเวลาอีกกี่ปีจนถึงเกษียณ
คำนวณเงินเกษียณที่ต้องใช้
ใช้หลักการประมาณค่าใช้จ่ายต่อเดือน × จำนวนปีที่คาดว่าจะใช้ชีวิตหลังเกษียณ และเผื่อเงินเฟ้อ 2-3% ต่อปี เพื่อให้ได้ยอดเงินเป้าหมายที่ต้องเตรียม
เลือกเครื่องมือวางแผนที่เหมาะสม
เลือกวิธีการออมและลงทุนที่สอดคล้องกับความเสี่ยงและช่วงวัย เช่น ประกันบำนาญ AIA สำหรับรายได้หลังเกษียณ ประกันสะสมทรัพย์สำหรับเงินก้อน หรือกองทุน RMF/PVD สำหรับผู้ที่มีรายได้ประจำ
ติดตามผลและปรับแผนอย่างสม่ำเสมอ
ตรวจสอบแผนการเงินปีละครั้ง หรือตามช่วงชีวิตที่เปลี่ยนไป เช่น รายได้เพิ่ม ภาระลด หรือเปลี่ยนเป้าหมาย เพื่อให้แน่ใจว่าแผนเกษียณยังเดินหน้าไปสู่เป้าหมายเดิม

วางแผนเกษียณกับ AIA เลือกทำประกันอะไรได้บ้าง ?
หากคุณกำลังวางแผนชีวิตหลังเกษียณและมองหาทางเลือกที่ช่วยให้มีความมั่นคงทางการเงิน AIA มีแผนประกันที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์เป้าหมายนี้โดยเฉพาะ โดยสามารถแบ่งออกได้เป็นสองกลุ่มหลัก คือ ประกันบำนาญ AIA และ ประกันสะสมทรัพย์ AIA ซึ่งแต่ละแบบมีจุดเด่นและรูปแบบความคุ้มครองที่ต่างกันไป สำหรับผู้ที่ต้องการมีรายได้สม่ำเสมอหลังเกษียณ ประกันบำนาญ AIA เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมอย่างยิ่ง เพราะจะเริ่มจ่ายเงินบำนาญให้รายปีเมื่อถึงอายุที่กำหนด ในขณะที่ประกันสะสมทรัพย์ AIA จะเหมาะกับผู้ที่ต้องการออมเงินระยะยาวเพื่อรับผลตอบแทนในรูปแบบเงินก้อน โดยระหว่างสัญญาจะมีเงินคืนเป็นระยะ และเมื่อครบกำหนดสัญญาจะได้รับเงินก้อนกลับมา การเลือกแผนเกษียณ AIA ควรพิจารณาจากเป้าหมายและความสามารถในการออมของตนเอง หากต้องการรายได้ต่อเนื่องควรเลือกประกันบำนาญ แต่ถ้าต้องการเงินก้อนพร้อมความคุ้มครองชีวิต ประกันสะสมทรัพย์ก็เป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ ทั้งสองแบบนี้สามารถช่วยให้คุณมีความมั่นคงทางการเงินหลังเกษียณ และใช้ชีวิตได้อย่างอิสระในช่วงเวลาที่ควรเป็นรางวัลชีวิตอย่างแท้จริง
สรุปวางแผนเกษียณกับ AIA
การวางแผนเกษียณคือการเตรียมความพร้อมทางการเงินล่วงหน้า เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตในช่วงหลังเกษียณได้อย่างมั่นคง ไม่ต้องพึ่งพาลูกหลานหรือเผชิญความกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในอนาคต โดยเฉพาะในยุคที่คนมีอายุยืนขึ้นแต่รายได้ประจำหยุดลง การวางแผนที่ดีเริ่มจากการกำหนดเป้าหมายชีวิต คำนวณเงินที่ต้องใช้ และเลือกเครื่องมือที่เหมาะสม เช่น การออม การลงทุน หรือการทำประกันบำนาญ ซึ่งจะช่วยให้มีเงินใช้ต่อเนื่อง และใช้ชีวิตหลังเกษียณได้อย่างมีอิสระและคุณภาพชีวิตที่ดีตามที่วางไว้